ค่าขึ้นศาล

อยากฟ้องคดี แต่ไม่มีเงินค่าขึ้นศาล ทำได้หรือเปล่า?

จะฟ้องใคร ต้องมีค่าขึ้นศาลจริงไหม? ค่าธรรมเนียมศาลคืออะไร จ่ายเท่าไหร่ และได้เงินคืนหรือเปล่า หลายคนเข้าใจว่า “การฟ้องคดีเป็นสิทธิของประชาชน จะไม่ต้องเสียเงิน” แต่ในความจริงแล้ว การฟ้องคดีต้องมี ค่าขึ้นศาล หรือ ค่าธรรมเนียมศาล ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายสำคัญที่ผู้ฟ้องคดีต้องเตรียมไว้ ถ้าไม่มีเงินส่วนนี้ บางครั้งก็ไม่สามารถฟ้องได้เลย

สารบัญ

ค่าขึ้นศาล คือ อะไร?

ค่าขึ้นศาลคือ ค่าธรรมเนียมในการยื่นฟ้องคดี เพื่อให้ศาลดำเนินกระบวนการพิจารณา เปรียบเหมือนค่าใช้จ่ายในการใช้สถานที่ บุคลากร และเวลาของศาล ราวกับ “ค่าธรรมเนียมราชการ” ที่เราคุ้นเคยเวลาไปทำบัตรประชาชนหรือจดทะเบียนต่างๆ

ข้อควรเข้าใจ:

  • เป็นภาระของ “ผู้ฟ้องคดี” ต้องจ่ายตั้งแต่ยื่นเรื่อง

  • หากไม่ชำระ คดีอาจไม่ถูกบรรจุเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล

ทำไมไม่ฟรี?

หลายคนสงสัยว่าทำไมประชาชนต้องจ่ายค่าธรรมเนียมศาล ทั้งที่การเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมควรเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน

เหตุผลหลักคือ เพื่อคัดกรองคดี ไม่ให้ศาลต้องรับคดีที่ไม่สำคัญหรือไม่มีทางชนะเข้ามามากเกินไป หากใครมั่นใจว่าตนเองถูกละเมิดสิทธิจริงและมีหลักฐานเพียงพอ ก็มักยอมจ่ายค่าขึ้นศาลเพื่อต่อสู้คดี

ตัวอย่างจริง: คนที่ถูกโกงเงิน 300,000 บาท อาจยอมจ่ายค่าขึ้นศาลเพื่อฟ้องคดีแพ่ง เพราะมีโอกาสได้เงินคืน แต่หากเป็นคดีเล็กน้อยเรียกค่าเสียหายหลักพัน อาจไม่คุ้มกับค่าขึ้นศาล

หมายเหตุ: บางคดี เช่น คดีผู้บริโภค ศาลเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมเพื่อช่วยเหลือประชาชน แต่ต้องเข้าเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

ต้องจ่ายเท่าไหร่?

คิดจากมูลค่าที่คำนวณเป็นเงิน จำนวนที่เราเรียกกับอีกฝ่าย 2%

เช่น ถ้าเราฟ้องเรียกเงินจากคนที่เอาเงินเอาไป 300,000 บาท ค่าขึ้นศาล 2% = 6,000 บาท

ดูไม่เยอะใช่ไหมครับ แต่ถ้าเราเรียกกันหลักสิบล้านเนี่ย ค่าขึ้นศาลตรงนี้ก็หลายแสนเลยนะครับผม

แต่ทั้งนี้ศาลก็มีความเมตตาครับ ถ้าทุนทรัพย์ที่เรียกร้องกันไม่เกิน 50 ล้าน ก็จะตันอยู่ที่ 200,000 บาท (ใจผมอยากให้เฉลี่ยลดลงสัก 1% น่าจะดีกว่านะ)

สรุปง่ายๆคือ:

  • อัตราค่าขึ้นศาล 2% นี้อ้างอิงตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ที่กำหนดให้ผู้ฟ้องคดีแพ่งที่มีทุนทรัพย์ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาล

  • ถ้าทุนทรัพย์เกินกว่า 50 ล้านบาท แม้คิด 2% จะสูงมาก แต่กฎหมายกำหนด “เพดาน” ไว้ไม่เกิน 200,000 บาท เพื่อไม่ให้เป็นภาระจนเกินไป

ตัวอย่างจริง:

  • ฟ้องเรียกหนี้ 10 ล้านบาท → 2% = 200,000 บาท (ชนเพดานพอดี)

  • ฟ้องเรียกหนี้ 80 ล้านบาท → ตามหลัก 2% ต้องเสีย 1.6 ล้านบาท แต่ศาลเก็บสูงสุดเพียง 200,000 บาท

ข้อควรระวัง:

  • แม้ศาลจะกำหนดเพดาน แต่การจ่ายค่าขึ้นศาลหลักแสนก็ยังเป็นภาระหนักสำหรับประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะคดีที่ไม่มั่นใจว่าจะชนะ

  • หากเป็นคดีที่มีโอกาสไกล่เกลี่ย ควรพิจารณาทางเลือกนี้ เพราะหากไกล่เกลี่ยสำเร็จ ศาลคืนค่าขึ้นศาลส่วนใหญ่ให้

ต้องจ่ายทุกคดีไหม?

ไม่ใช่ทุกคดีที่ต้องจ่ายค่าขึ้นศาล ค่าธรรมเนียมจะมีเฉพาะ คดีแพ่งที่มีทุนทรัพย์ เช่น การฟ้องเรียกหนี้ ฟ้องเรียกค่าเสียหาย หรือฟ้องขอให้คืนทรัพย์สิน

  • ต้องเสีย: คดีที่เกี่ยวกับเงินหรือทรัพย์ เช่น ฟ้องเรียกหนี้ ฟ้องบังคับโอนบ้าน รถ

    • ตัวอย่างจริง: นาย ก กู้เงิน 200,000 บาทจากนาย ข แล้วไม่จ่ายคืน นาย ข ฟ้องเรียกหนี้จากศาล → ต้องเสียค่าขึ้นศาลตามทุนทรัพย์ 2%

    • อีกกรณี: ฟ้องบังคับโอนบ้านที่ซื้อขายกันแล้วผู้ขายไม่ยอมโอน → ถือว่ามีมูลค่าทรัพย์เป็นทุนทรัพย์ ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลเช่นกัน

  • ไม่ต้องเสีย: คดีอาญา เช่น ฟ้องคดีทำร้ายร่างกาย ขโมยทรัพย์ รวมถึงบางคดีที่กฎหมายยกเว้น เช่น คดีผู้บริโภค

    • ตัวอย่างจริง: หากคุณถูกทำร้ายร่างกายแล้วไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีอาญา ไม่ต้องเสียค่าขึ้นศาล เพราะเป็นหน้าที่ของพนักงานอัยการดำเนินคดีแทน

    • ในคดีผู้บริโภค เช่น ผู้ซื้อสินค้าออนไลน์ถูกโกงเงิน กฎหมายยกเว้นไม่เก็บค่าธรรมเนียมศาลเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนฟ้องร้องได้ง่ายขึ้น

ข้อควรระวัง:

  • แม้บางคดีไม่ต้องเสียค่าขึ้นศาล แต่หากคุณแต่งตั้งทนายความ ยังมีค่าใช้จ่ายส่วนอื่น เช่น ค่าทนาย ค่าเดินทาง หรือค่าธรรมเนียมยื่นเอกสารต่างๆ

  • หากคดีแพ่งมีทุนทรัพย์สูง ค่าขึ้นศาลก็สูงตามไปด้วย ควรคำนวณความคุ้มค่าก่อนฟ้อง

ค่าขึ้นศาลจะได้คืนหรือไม่?

หลายคนลังเลว่าจะฟ้องคดีดีหรือไม่ เพราะกังวลเรื่องค่าขึ้นศาลว่าจะเสียเปล่า ความจริงแล้วกฎหมายมีหลักเกณฑ์เรื่องนี้ไว้ชัดเจน ซึ่งแบ่งออกได้ดังนี้:

  • กรณีไกล่เกลี่ยสำเร็จ:

    หากคู่ความตกลงกันได้ก่อนที่ศาลจะต้องใช้เวลาพิจารณาคดีมาก ศาลจะคืนค่าธรรมเนียมให้เกือบทั้งหมด (7 ใน 8 ส่วน) เพราะถือว่าศาลยังไม่ได้ใช้ทรัพยากรมาก อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนให้คู่ความหันมาเจรจาแทนการสู้คดียาวนาน

  • กรณีไปถึงคำพิพากษา:

    หากคดีดำเนินไปจนถึงขั้นศาลมีคำพิพากษา ค่าธรรมเนียมที่จ่ายไปจะ ไม่ได้คืน แต่ถ้าฝ่ายคุณเป็นผู้ชนะคดี ฝ่ายแพ้จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมแทน ซึ่งหมายความว่าเงินที่คุณเสียไปตอนยื่นฟ้องสามารถเรียกคืนจากฝ่ายแพ้ภายหลังได้

ตัวอย่าง:

ถ้าคุณฟ้องเรียกหนี้ 1 ล้านบาท ค่าขึ้นศาลคือ 20,000 บาท

  • หากคดีจบด้วยการไกล่เกลี่ย คุณจะได้คืน 17,500 บาท (คิดเป็น 7/8 ส่วน)

  • แต่ถ้าคดีไปถึงคำพิพากษา คุณไม่ได้คืนจากศาล แต่หากคุณชนะ ฝ่ายคู่กรณีที่แพ้ต้องจ่ายเงินจำนวนนี้คืนให้คุณแทน

ข้อควรระวัง:

  • หากคุณเป็นฝ่ายแพ้ในคดี นอกจากจะไม่ได้ค่าขึ้นศาลคืนแล้ว ยังอาจต้องจ่ายค่าธรรมเนียมแทนคู่กรณีอีกด้วย

  • การไกล่เกลี่ยแม้จะได้เงินคืนส่วนใหญ่ แต่คุณต้องพิจารณาว่าเงื่อนไขการยอมความคุ้มค่าหรือไม่ เพราะบางครั้งคู่กรณีอาจเสนอจ่ายน้อยกว่าที่คุณเรียกร้อง

สรุป

การฟ้องคดีต้องมีค่าใช้จ่ายที่เรียกว่า ค่าขึ้นศาล ซึ่งเป็นด่านแรกที่ทุกคนต้องเตรียมไว้ หากไม่มีเงินส่วนนี้ คดีอาจไม่ถูกดำเนินการ ดังนั้น ก่อนจะฟ้องใคร ควรวางแผนการเงิน เตรียมค่าทนายและค่าธรรมเนียมศาลให้พร้อม

และที่สำคัญ อย่าลืมประเมินด้วยว่า “คดีคุ้มที่จะฟ้องหรือไม่” เพราะบางครั้งค่าใช้จ่ายและเวลาอาจสูงกว่าผลประโยชน์ที่จะได้รับกลับมา

สอบถามเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่

โทร

065 6060622

แชทไลน์

ID: @champlawfirm

ส่งเมล์

info@champlawfirm.co.th

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *