สืบทรัพย์

สืบทรัพย์คืออะไร? ขั้นตอน วิธีการ ค่าใช้จ่าย

เวลาชนะคดี หลายคนเผลอคิดว่าเดี๋ยวก็ได้เงินคืน แต่ในความจริง “คำพิพากษา” ไม่ได้แปลว่าจะได้เงินทันที ถ้าเจ้าหนี้ไม่ลงมือสืบทรัพย์ ลูกหนี้ก็สามารถใช้ชีวิตปกติ ย้ายทรัพย์ ซ่อนทรัพย์ หรือโอนให้ญาติได้อย่างสบายใจ การ สืบทรัพย์ จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้คำพิพากษามีผลในทางปฏิบัติจริง

สารบัญเนื้อหา

สืบทรัพย์ คืออะไร

การสืบทรัพย์ คือ การที่เราตามหาทรัพย์สินหรือของมีค่าของลูกหนี้เพื่อออกขายและใช้หนี้เรานั่นเอง โดยปกติแล้วการสืบทรัพย์จะตามมาด้วยการบังคับคดีเป็นขั้นตอนหลังจากที่ชนะคดีได้คำพิพากษามาแล้วนั่นเอง หากไม่มีการสืบทรัพย์และบังคับคดีแล้ว ต่อให้ชนะคดีก็จะไม่ได้รับเงินจากคู่กรณี

สืบทรัพย์อาจเป็นบ้าน ที่ดิน รถยนต์ บัญชีเงินฝาก หุ้น หรือแม้กระทั่งทรัพย์สินที่จับต้องไม่ได้ เช่น สิทธิในธุรกิจออนไลน์ หากพบแล้ว เจ้าหนี้สามารถยื่นต่อศาลเพื่อขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดหรืออายัดมาใช้หนี้ได้

Case Study: นาย ก. ฟ้องชนะคดีลูกหนี้ได้เงิน 2 ล้านบาท แต่ไม่ดำเนินการสืบทรัพย์ ผ่านไป 7 ปี ลูกหนี้โอนที่ดินให้ลูกชายทั้งหมด พอครบ 10 ปีตามอายุความ นาย ก. ไม่สามารถยึดทรัพย์ใดๆ ได้เลย

ระยะเวลาในการสืบทรัพย์

กฎหมายกำหนดให้เจ้าหนี้มีเวลา 10 ปีนับจากวันที่มีคำพิพากษา ในการสืบทรัพย์และบังคับคดี หากพ้นกำหนดนี้แล้ว ต่อให้ลูกหนี้มีทรัพย์ขึ้นมาก็ยึดไม่ได้

เหตุผลที่กำหนดเวลาไว้ เพราะไม่อยากให้ลูกหนี้ถูกติดตามไปตลอดชีวิต และเป็นแรงจูงใจให้เจ้าหนี้รีบดำเนินการตั้งแต่เนิ่นๆ

⚖️ ข้อแนะนำ: อย่ารอใกล้หมดอายุความ เพราะลูกหนี้อาจโอนหรือซ่อนทรัพย์หมด ควรเริ่มสืบตั้งแต่ 1–2 ปีแรกที่ได้คำพิพากษา

วิธีสืบทรัพย์ก่อนฟ้อง

โดยทั่วไปการสืบทรัพย์จะทำหลังศาลมีคำพิพากษา แต่หลายกรณีเจ้าหนี้ต้องการความมั่นใจก่อนลงทุนจ้างทนายความและเสียเวลาขึ้นศาล จึงมีการ “สืบทรัพย์ก่อนฟ้อง”

วิธีที่นิยมใช้ เช่น

  • สืบจากโซเชียลมีเดีย: ดูพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น ถ่ายรูปคู่รถหรู บ้าน หรือทรัพย์สินมีค่า

  • ปลอมตัวเป็นลูกค้า: ขอซื้อของเพื่อดูข้อมูลบัญชีธนาคาร

  • เครือข่ายเพื่อนบ้าน/คนรู้จัก: เพื่อหาที่อยู่หรือทรัพย์ที่ซ่อนอยู่

  • สืบธุรกิจ: ตรวจสอบชื่อบริษัท ห้างหุ้นส่วน หรือร้านค้าในชื่อของลูกหนี้

หมายเหตุสำคัญ: การเข้าถึงข้อมูลจากหน่วยงานราชการโดยไม่ชอบ เช่น ขอข้อมูลจากกรมที่ดินหรือธนาคารโดยไม่มีสิทธิทางกฎหมาย ถือว่าผิดกฎหมาย

Case Study: นาย ข. อยากฟ้องลูกหนี้ที่ค้างเงิน 500,000 บาท ก่อนฟ้องได้ว่าจ้างทีมทนายสืบ พบว่าลูกหนี้มีรถกระบะใหม่และบ้านชานเมือง หากฟ้องชนะก็มั่นใจว่ายึดทรัพย์ได้ → ทำให้ตัดสินใจลงทุนฟ้องคดีทันที

โดนสืบทรัพย์ ทำยังไงดี

ในมุมลูกหนี้ การถูกสืบทรัพย์มักทำให้รู้สึกไม่สบายใจ แต่จริงๆ แล้วการสืบทรัพย์เป็นสิทธิของเจ้าหนี้และเจ้าพนักงานบังคับคดี หากเจอเหตุการณ์แบบนี้ควรรับมืออย่างถูกต้อง

  • ถูกสืบที่บ้าน → เจ้าหนี้ต้องมากับเจ้าพนักงานบังคับคดีและตำรวจ ขอดู หมายยึดทรัพย์ ทุกครั้งก่อนอนุญาตให้เข้าบ้าน

  • เงินเดือนถูกอายัด → นายจ้างจะถูกบังคับให้หักเงินเดือนบางส่วนส่งเจ้าหนี้ วิธีแก้คือเจรจาประนอมหนี้เพื่อลดผลกระทบ

  • ที่ดิน/อสังหาริมทรัพย์ → เลี่ยงไม่ได้เพราะข้อมูลเจ้าของเป็นสาธารณะ

ไม่อยากเสียทรัพย์ ทำยังไง

การถูกบังคับคดีหมายถึงทรัพย์สินของคุณอาจถูกยึดไปขายทอดตลาด ตัวอย่างเช่น เป็นหนี้ 1 ล้านบาท แต่บ้านมีมูลค่า 5 ล้านบาท ศาลก็สามารถยึดบ้านขายได้ แม้จะได้เงินเกินหนี้ แต่คุณก็ต้องเสียบ้านอยู่ดี

ทางออกคือ เจรจากับเจ้าหนี้ ไม่ว่าจะเป็นการขอผ่อนชำระ หรือจ่ายก้อนเดียวเพื่อให้ถอนการยึดทรัพย์ วิธีนี้ช่วยรักษาทรัพย์สินมูลค่าสูงไว้ได้

Case Study: นางสาว ค. เป็นหนี้ 800,000 บาท แต่บ้านมูลค่า 4 ล้านบาทถูกอายัด เธอเจรจากับเจ้าหนี้ ตกลงผ่อนชำระ 2 ปี และเจ้าหนี้ยอมถอนอายัดบ้านออก ทำให้ไม่ต้องเสียบ้านทั้งหลัง

ค่าใช้จ่ายในการสืบทรัพย์

การสืบทรัพย์ไม่มีมาตรฐานราคาที่ตายตัว ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการจ้าง เช่น

  • คิดเป็น รายชิ้นทรัพย์ (บ้าน/รถ/บัญชีธนาคาร)

  • คิดรวมกับค่าบังคับคดี

  • คิดเป็นค่าเดินทางและค่าแรง

โดยทั่วไป สืบก่อนฟ้องคดี แพงกว่า เพราะต้องใช้คอนเน็กชันและทักษะเฉพาะตัวมากกว่าการสืบหลังมีคำพิพากษา

ข้อผิดพลาดที่เจ้าหนี้ทำบ่อยเวลาสืบทรัพย์

แม้จะมีสิทธิเต็มที่ตามคำพิพากษา แต่เจ้าหนี้หลายรายกลับ “พลาด” จนทำให้เสียสิทธิหรือเสียเงินโดยใช่เหตุ ความผิดพลาดที่พบบ่อย ได้แก่

  • รีรอจนเกินอายุความ

    เจ้าหนี้บางคนคิดว่าเก็บคำพิพากษาไว้ก่อน ค่อยดำเนินการทีหลัง ผลคือครบ 10 ปีหมดอายุความ → ต่อให้ลูกหนี้มีทรัพย์ขึ้นมาใหม่ ก็หมดสิทธิยึด

  • ไม่ตรวจสอบทรัพย์ให้แน่ชัด

    ฟ้องไปแล้ว แต่ไม่รู้ว่าลูกหนี้มีทรัพย์หรือไม่ สุดท้ายได้คำพิพากษาแต่บังคับไม่ได้ เสียทั้งค่าทนายและเวลา

  • เชื่อคำบอกเล่าโดยไม่มีหลักฐาน

    บางครั้งเจ้าหนี้เชื่อเพื่อนบ้านหรือคนรู้จักว่าลูกหนี้มีทรัพย์ แต่พอไปสืบจริงกลับไม่พบอะไรเลย → เสียค่าใช้จ่ายฟรี

  • จ้างนักสืบเถื่อน

    มีหลายกรณีที่เจ้าหนี้ไปจ้าง “นักสืบเอกชน” ที่ไม่มีความรู้ด้านกฎหมาย ผลคือได้ข้อมูลที่ใช้ในศาลไม่ได้ หรือแย่กว่านั้นคือทำผิดกฎหมาย → กลายเป็นปัญหาใหม่แทน

  • ไม่ใช้ทนายความผู้เชี่ยวชาญ

    สืบทรัพย์เป็นงานที่ต้องอาศัยทั้งความรู้กฎหมายและเครือข่าย ถ้าทำเองโดยไม่มีความเข้าใจ อาจเสียเวลาไปเปล่าๆ

Case Study: นาย ง. มีคำพิพากษา 5 ล้านบาท แต่มัวรีรอเพราะคิดว่าลูกหนี้ไม่มีทรัพย์ ผ่านไป 11 ปีลูกหนี้เปิดกิจการใหม่และรวยขึ้น แต่หมดอายุความแล้ว → นาย ง. ไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้อีก

สรุป

สืบทรัพย์คือขั้นตอนสำคัญที่เจ้าหนี้ห้ามมองข้าม เพราะต่อให้ชนะคดี หากไม่สืบและไม่บังคับคดี ก็ไม่มีทางได้เงินคืน ในขณะเดียวกัน ลูกหนี้เองก็ควรรู้สิทธิและหาทางเจรจาเพื่อลดความเสียหาย

หากคุณกำลังต้องการทีมงานมืออาชีพในการ สืบทรัพย์ บังคับคดี และขายทอดตลาด ทีมทนายความของเราพร้อมช่วยเหลือครบวงจร ตั้งแต่การตรวจสอบทรัพย์จนถึงขั้นตอนการขายทอดตลาด

สอบถามเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่

โทร

065 6060622

แชทไลน์

ID: @champlawfirm

ส่งเมล์

info@champlawfirm.co.th

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *