สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อ นางสาวธมลวรรณ วงค์คำปา นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ได้เข้ารับการฝึกประสบการณ์วิชาชีพในตำแหน่ง “เสมียนทนาย” ณ Champ Law Firm
สารบัญ
แนะนำตัว
จุดเริ่มต้นที่ทำให้ดิฉันตัดสินใจเข้าฝึกงาน ณ สำนักงานแห่งนี้ เนื่องจากดิฉันกำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นปีที่ 4 สาขานิติศาสตร์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญก่อนสำเร็จการศึกษา แต่ที่ผ่านมา ดิฉันยังไม่เคยมีประสบการณ์การทำงานจริงในสายวิชาชีพกฎหมายมาก่อน ประกอบกับทางมหาวิทยาลัยได้กำหนดให้นักศึกษาชั้นปีที่ 4 เข้ารับการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้การทำงานจริงในสายงานที่ศึกษา และค้นหาความถนัดหรือความสนใจของตนเองในอนาคต
ก่อนตัดสินใจเลือกสถานที่ฝึกงาน ดิฉันได้ศึกษาข้อมูลของสำนักงานกฎหมาย Champ Law Firm โดยเฉพาะจากเว็บไซต์และเพจ Facebook ของ Champ Law Firm ซึ่งมีการนำเสนอข้อมูลที่ชัดเจน น่าเชื่อถือ และมีการอัปเดตความเคลื่อนไหวในการทำงานอย่างสม่ำเสมอ ทำให้เห็นถึงความเป็นระบบ ความเป็นมืออาชีพ และบรรยากาศการทำงานที่เอื้อต่อการเรียนรู้
ดิฉันจึงมีความมั่นใจว่าสำนักงานแห่งนี้จะสามารถมอบประสบการณ์การทำงานที่มีคุณค่า และเปิดโอกาสให้ดิฉันได้พัฒนาทักษะทางวิชาชีพนอกเหนือจากการเรียนในห้องเรียนอย่างเต็มที่ ดิฉันจึงได้จัดเตรียมประวัติส่วนตัว (Resume) และยื่นใบสมัครเพื่อขอเข้ารับการฝึกงาน
ฝึกงานที่นี่ ได้ทำอะไรบ้าง
ภายหลังจากที่ดิฉันได้รับโอกาสให้เข้าฝึกงานในตำแหน่งเสมียนทนาย ดิฉันได้เริ่มปฏิบัติงานในหลากหลายหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทำงานทางกฎหมายอย่างใกล้ชิด เริ่มตั้งแต่การค้นคว้าข้อมูลทางกฎหมายจากบทบัญญัติกฎหมาย คำพิพากษา และเอกสารวิชาการที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาใช้ประกอบการดำเนินคดีและการให้คำปรึกษาแก่ลูกค้า
นอกจากนี้ยังได้รับมอบหมายให้แปลเอกสารจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย และจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ รวมถึงรับฟังข้อเท็จจริงจากลูกค้า และทำหน้าที่เป็นล่ามในการสื่อสารกับลูกค้าชาวต่างชาติ ซึ่งช่วยพัฒนาทักษะด้านภาษาและการสื่อสารเชิงวิชาชีพของดิฉันเป็นอย่างมาก
ในส่วนของงานเอกสารทางกฎหมาย ได้มีส่วนร่วมในการจัดเตรียมและร่างเอกสารสำคัญหลายประเภท เช่น หนังสือชี้แจงข้อเท็จจริง หนังสือสอบถาม หนังสือทวงถาม ตลอดจนร่างคำฟ้องและคำร้องต่าง ๆ เพื่อยื่นต่อศาล รวมถึงการจัดเตรียมเอกสารสำหรับยื่นต่อหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมบังคับคดี สถานีตำรวจ และด่านตรวจคนเข้าเมือง
นอกจากการปฏิบัติงานภายในสำนักงานแล้ว ยังมีโอกาสออกไปปฏิบัติงานนอกสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นการไปศาล ไปกรมบังคับคดี ไปสถานีตำรวจ ด่านตรวจคนเข้าเมือง รวมถึงสถานประกอบการของลูกค้า ซึ่งทำให้ได้เรียนรู้กระบวนการทำงานจริงในภาคปฏิบัติ และได้พบปะลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติหลากหลายรูปแบบ
ความท้าทายที่ได้สัมผัส
ในช่วงแรกก่อนที่จะได้เริ่มปฏิบัติงานจริง ดิฉันรู้สึกกังวลเป็นอย่างมาก เนื่องจากมองว่าการฝึกงานในสำนักงานกฎหมาย โดยเฉพาะใน Law Firm เป็นการท้าทายความสามารถของตนเองพอสมควร ทั้งในด้านความรู้ทางกฎหมาย ทักษะการทำงาน และการสื่อสารกับลูกค้าชาวต่างชาติ ซึ่งจำเป็นต้องใช้ภาษาอังกฤษในการติดต่อสื่อสารอยู่เสมอ ดิฉันจึงมีความกังวลว่าตนเองอาจยังไม่มีความพร้อมหรือมีความสามารถเพียงพอสำหรับการทำงานในสภาพแวดล้อมเช่นนี้
เมื่อได้เริ่มทำงานจริง ความกังวลดังกล่าวก็ค่อย ๆ ลดลง เนื่องจากได้รับคำแนะนำและการสนับสนุนจากพี่ ๆ ในสำนักงานที่คอยให้คำปรึกษา แนะนำวิธีการทำงาน และช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ อยู่เสมอ อีกทั้งยังได้รับความไว้วางใจให้มีโอกาสทดลองทำงานจริงในหลายขั้นตอนของงานกฎหมาย ซึ่งทำให้ดิฉันได้เรียนรู้และเข้าใจถึงกระบวนการทำงานในวิชาชีพกฎหมายได้อย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ การได้ออกไปปฏิบัติงานนอกสถานที่ เช่น การติดต่อกับหน่วยงานราชการและองค์กรต่าง ๆ ทำให้ดิฉันได้เรียนรู้ถึงระบบและขั้นตอนการทำงานระหว่างสำนักงานกฎหมายกับหน่วยงานภายนอก ซึ่งจำเป็นต้องมีความรอบคอบ มีการจดจำรายละเอียด และติดตามคำสั่งหรือขั้นตอนต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้งานดำเนินไปอย่างถูกต้องและเป็นระบบ
Skill ที่ได้ใช้ในสำนักงาน
การฝึกงานซึ่งเป็นการได้ลงมือปฏิบัติงานจริงนั้น จำเป็นต้องใช้ทักษะหลายด้านควบคู่กันไปในเวลาเดียวกัน ซึ่งมีความแตกต่างจากการเรียนในห้องเรียนที่ส่วนใหญ่เป็นการศึกษาทฤษฎีและตัวบทกฎหมายจากหนังสือ เมื่อได้เข้าสู่การทำงานจริง จึงทำให้ดิฉันได้เรียนรู้ว่าการทำงานในสายวิชาชีพกฎหมายต้องอาศัยทั้งความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ประกอบกัน
ทักษะแรกที่สำคัญคือ ทักษะการทำงานเป็นทีมและการสื่อสาร เนื่องจากการทำงานในสำนักงานกฎหมายต้องมีการประสานงานกับหลายฝ่าย ทั้งพี่ ๆ ภายในสำนักงาน หน่วยงานราชการ รวมถึงลูกค้า การสื่อสารที่ชัดเจนและเข้าใจตรงกันจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้งานดำเนินไปอย่างราบรื่น
นอกจากนี้ ยังต้องมี ไหวพริบในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เนื่องจากในการทำงานจริงอาจเกิดสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดได้เสมอ จึงต้องสามารถปรับตัวและหาวิธีแก้ไขปัญหาได้อย่างเหมาะสม อีกทั้งยังต้องอาศัย ทักษะทางกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการค้นคว้ากฎหมาย การหาข้อมูลคำพิพากษาหรือบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการทำความเข้าใจเอกสารทางกฎหมายประเภทต่าง ๆ ว่าเอกสารนั้นคืออะไร ใช้ในขั้นตอนใด และต้องยื่นต่อหน่วยงานใด รวมถึงการจัดเรียงเอกสารให้ถูกต้องตามลำดับขั้นตอนของกระบวนการทางกฎหมาย
อีกหนึ่งทักษะที่ดิฉันได้ใช้เป็นประจำคือ การจัดลำดับความสำคัญของงาน เนื่องจากในแต่ละวันอาจมีงานหลายอย่างที่ต้องดำเนินการพร้อมกัน การวางแผนและจัดลำดับว่างานใดควรทำก่อนหรือหลัง จะช่วยให้สามารถบริหารจัดการงานได้อย่างเป็นระบบ และไม่ส่งผลกระทบต่องานอื่นที่ต้องดำเนินการควบคู่กัน
นอกจากนี้ ทักษะภาษาอังกฤษ ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญ เนื่องจากในการทำงานที่ Champ Law Firm ดิฉันมีโอกาสได้ใช้ภาษาอังกฤษค่อนข้างบ่อย โดยเฉพาะในการสื่อสารกับลูกค้าชาวต่างชาติและการแปลเอกสาร ซึ่งทำให้ได้เรียนรู้คำศัพท์ทางกฎหมายใหม่ ๆ อยู่เสมอ ดังนั้นสำหรับผู้ที่สนใจจะเข้าฝึกงานในสำนักงานกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นที่นี่หรือสำนักงานกฎหมายแห่งอื่น ดิฉันจึงอยากแนะนำให้เตรียมความพร้อมเกี่ยวกับคำศัพท์ภาษาอังกฤษเฉพาะทางกฎหมายไว้ล่วงหน้า
นอกจากนี้ ดิฉันทำยังมีโอกาสเข้าร่วมสังเกตการณ์การพิจารณาคดีในศาลจริง ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าอย่างยิ่งต่อการเรียนรู้ในสายวิชาชีพกฎหมาย การได้เข้าฟังการพิจารณาคดีทำให้ผู้จัดทำได้เห็นขั้นตอนและลำดับของกระบวนพิจารณาในศาลอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่การเรียกคู่ความเข้าสู่การพิจารณา การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาล การนำพยานหลักฐานเข้าสู่สำนวน ตลอดจนขั้นตอนการซักถามพยานโดยทนายความของแต่ละฝ่าย
ในส่วนของการทำงานนั้น ปกติจะเริ่มงานเวลา 08.00 น. และเลิกงานเวลา 17.00 น. อย่างไรก็ตาม
ในบางช่วงที่มีงานจำนวนมากหรือมีงานเร่งด่วน อาจจำเป็นต้องใช้เวลาในการทำงานมากกว่าปกติ แม้ว่าจะต้องอยู่ทำงานถึงช่วงเย็นหรือค่ำบ้าง แต่บรรยากาศการทำงานภายในสำนักงานก็ทำให้ไม่รู้สึกเหงาหรือโดดเดี่ยว เพราะพี่ ๆ ในสำนักงานก็ยังคงทำงานและคอยช่วยเหลือกันอยู่เสมอ
แม้ว่าดิฉันจะอยู่ในสถานะของนักศึกษาฝึกงาน แต่ก็ต้องตระหนักถึงความรับผิดชอบในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และพยายามปฏิบัติงานอย่างรอบคอบที่สุด เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น และทำให้งานดำเนินไปอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
Relate คู่กับการเรียนและวิชาที่ได้ใช้บ่อยๆ
จากประสบการณ์การฝึกงานในสำนักงานกฎหมาย ทำให้ดิฉันได้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างความรู้ที่ได้เรียนในห้องเรียนกับการนำไปใช้ในทางปฏิบัติจริง โดยเฉพาะวิชาที่เกี่ยวข้องกับ กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และ กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งเป็นวิชาที่ดิฉันได้มีโอกาสนำมาใช้ประกอบการทำงานอยู่บ่อยครั้ง
ในส่วนของกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ความรู้เกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินคดี การยื่นคำฟ้อง การยื่นคำร้องต่าง ๆ ต่อศาล รวมถึงการจัดเตรียมเอกสารและพยานหลักฐาน เป็นสิ่งที่ดิฉันได้มีส่วนร่วมในการทำงานจริง เช่น การจัดเตรียมเอกสารประกอบคำฟ้อง การร่างคำร้อง และการยื่นเอกสารต่อศาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทำให้เข้าใจขั้นตอนกระบวนการพิจารณาคดีแพ่งได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นกว่าการศึกษาเพียงจากตัวบทกฎหมาย
ในขณะเดียวกัน ความรู้จากวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาก็มีบทบาทสำคัญเช่นกัน
เนื่องจากในการทำงานต้องมีการติดต่อกับหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม เช่น สถานีตำรวจ หรือการติดตามความคืบหน้าของคดีอาญา ทำให้ดิฉันได้เห็นภาพของขั้นตอนการดำเนินคดีอาญาในทางปฏิบัติจริง ตั้งแต่กระบวนการรับแจ้งความ การรวบรวมพยานหลักฐาน ไปจนถึงการดำเนินการในชั้นศาล
ประสบการณ์จากการฝึกงานครั้งนี้จึงช่วยให้ดิฉันเข้าใจเนื้อหาวิชาที่เรียนได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพราะไม่เพียงแต่ได้ศึกษาหลักกฎหมายจากตำราเท่านั้น แต่ยังได้เห็นว่าหลักกฎหมายเหล่านั้นถูกนำไปใช้ในการดำเนินคดีจริงอย่างไร ทำให้มองเห็นภาพรวมของกระบวนการยุติธรรมได้อย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
สิ่งที่ประทับใจ
สิ่งที่ดิฉันรู้สึกประทับใจตลอดระยะเวลาเกือบ 4 เดือนที่ได้เข้าฝึกงานที่ Champ Law Firm คือบรรยากาศการทำงานและพี่ ๆ ทุกคนมีความเป็นกันเอง มีความเป็นมืออาชีพ และคอยให้คำแนะนำ ช่วยเหลือ และสนับสนุนการเรียนรู้ของดิฉันอยู่เสมอ ไม่เพียงแต่กับนักศึกษาฝึกงานเท่านั้น แต่ทุกคนภายในทีมต่างให้ความร่วมมือและช่วยเหลือกันในการทำงาน แม้ว่างานจะมีปริมาณมากหรือมีความเร่งด่วนเพียงใด แต่บรรยากาศในการทำงานก็ยังคงเต็มไปด้วยความตั้งใจและความสนุกในการทำงานร่วมกัน
นอกจากนี้ ดิฉันยังประทับใจในระบบการทำงานของสำนักงาน ซึ่งมีความเป็นระบบและมีขั้นตอนที่ชัดเจน ตั้งแต่กระบวนการรับลูกค้า การรับฟังและวิเคราะห์ข้อเท็จจริง ตลอดจนการประชุมเพื่อวางแนวทางในการดำเนินคดี สิ่งเหล่านี้ทำให้ดิฉันได้เรียนรู้วิธีการคิดและตั้งคำถามแบบนักกฎหมาย รวมถึงเข้าใจถึงความสำคัญของการวิเคราะห์ข้อเท็จจริงอย่างรอบคอบก่อนดำเนินการในขั้นตอนต่าง ๆ
ประสบการณ์การฝึกงานที่นี่จึงทำให้ดิฉันรู้สึกว่าสำนักงานแห่งนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้การทำงานในสายวิชาชีพทนายความอย่างจริงจัง รวมถึงผู้ที่ต้องการค้นหาตนเองว่ามีความสนใจหรือเหมาะสมกับสายงานด้านกฎหมายหรือไม่
อีกสิ่งหนึ่งที่สร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงานคือสวัสดิการในสำนักงาน ไม่ว่าจะเป็นอาหารเที่ยงที่จัดเต็มทุกมื้อ ชา กาแฟ ขนม และเครื่องดื่มต่าง ๆ ที่มีไว้ให้รับประทานได้ตลอดเวลาในช่วงที่ต้องการผ่อนคลายจากการทำงาน และในวันที่มีงานจำนวนมากจนต้องทำงานต่อถึงช่วงเย็นหรือค่ำ พี่ ๆ ในสำนักงานก็มักจะชวนกันออกไปหาอาหารรับประทานร่วมกัน ทำให้บรรยากาศการทำงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความเป็นกันเอง

