ให้คำปรึกษาและช่วยเหลือชาวต่างชาติในคดีข้อกล่าวหาบุกรุกและทำร้ายร่างกาย
ชาวต่างชาติที่คบหากับหญิงไทยผ่านแอปพลิเคชันหาคู่เป็นระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งปี โดยฝ่ายชายได้ย้ายเข้ามาพักอาศัยร่วมกับฝ่ายหญิงตามคำขอของฝ่ายหญิง และใช้ห้องเช่าที่ฝ่ายหญิงเป็นผู้ทำสัญญาเช่าเป็นที่พักอาศัยร่วมกัน
ภายหลังจากเลิกรากัน ฝ่ายหญิงได้แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยกล่าวหาฝ่ายชายในข้อหาบุกรุกและทำร้ายร่างกาย ทั้งที่ฝ่ายชายยังคงพักอาศัยอยู่ในห้องดังกล่าว
ในตอนแรก ฝ่ายชายเข้าใจว่าเป็นเพียงความเข้าใจผิด จึงไม่ได้ว่าจ้างทนายความหรือจัดหาล่าม และเดินทางไปให้การต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยตนเอง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านภาษา ทำให้ไม่สามารถสื่อสารข้อเท็จจริงได้อย่างครบถ้วน ส่งผลให้ข้อมูลบางส่วนเกิดความคลาดเคลื่อน และเจ้าหน้าที่ตำรวจเริ่มดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหา
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มมีความซับซ้อน ฝ่ายชายจึงติดต่อสำนักงานกฎหมายของเราเพื่อขอความช่วยเหลือ ทีมทนายความได้เข้าประสานงานกับพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี และช่วยดำเนินการให้ฝ่ายชายเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เพื่อให้ข้อมูลมีความถูกต้องครบถ้วน พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางดำเนินคดีอย่างเหมาะสม
ข้อควรรู้ทางกฎหมาย การพิจารณาว่าการกระทำเข้าข่ายความผิดฐานบุกรุกหรือไม่ ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและองค์ประกอบความผิดตามกฎหมาย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นเจ้าของห้องหรือเป็นผู้เช่าเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาถึงสิทธิในการเข้าไปหรืออยู่ในสถานที่นั้น รวมถึงพฤติการณ์และเจตนาของผู้ถูกกล่าวหาด้วย
ทนายช่วยประสานงานกับพนักงานสอบสวนและให้คำแนะนำแก่ชาวต่างชาติที่ถูกกล่าวหาว่าบุกรุกและทำร้ายร่างกาย หลังการให้การครั้งแรกเกิดความคลาดเคลื่อนจากปัญหาการสื่อสาร เพื่อให้ข้อเท็จจริงได้รับการชี้แจงอย่างถูกต้อง
